เมืองแห่งขุนเขา สายน้ำ และธรรมชาติที่ต้องมาเยือนสักครั้ง
…มานั่งดูบอลลูน เล่นน้ำ ขับมอเตอร์ไซต์เที่ยว นั่งจิบเบียร์ริมน้ำ แล้วไปนอนพักที่ Kong resort by seasons (กล่องรีสอร์ท)รีสอร์ทแบบตู้คอนเทรนเนอร์ชิคๆคูลๆสีสันสดใสในวังเวียงที่พึ่งจะเปิดมาได้ไม่นานนี่เอง นอกจากธรรมชาติที่เราจะได้สัมผัสแล้ว เรายังได้เห็นวิถีชวิตแบบเรียบง่ายของชาวบ้านริมสองฝั่งลำน้ำซองและตลอดเส้นทางของการท่องเที่ยว
นี่แหละคือเสน่ห์ที่คนทั่วโลกต่างก็อยากจะมาสัมผัส อยากรู้ว่าวังเวียงน่าเที่ยวขนาดไหน เข้าไปดูในรีวิวกันได้เล้ยยย…

ใครเบื่อการเที่ยวในประเทศ ลองแวะมาสัมผัสเพื่อนบ้านดูบ้างก็ดีนะ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่อยากจะลองเที่ยวต่างประเทศแบบใกล้ๆไทยครั้งแรก เพราะที่นี่มีกิจกรรมให้ได้เลือกทำค่อนข้างเยอะ แถมมีธรรมชาติให้ได้สัมผัส ซึ่งจุดเด่นของวังเวียงก็คือภูเขาหินปูนสูงเสียดฟ้าและการโดดน้ำเล่นที่บลูลากูน กลายเป็นภาพติดตาสำหรับนักเดินทางที่อยากจะไปเยือนมาแสนนาน จนได้รับฉายาว่ากุ้ยหลินแห่งเมืองลาว อ้อ..และก็อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือการนั่งบอลลูนชมเมืองวังเวียง

ที่พักที่เราเลือกในทริปนี้ก็คือ Kong resort by seasons เป็นรีสอร์ทที่พึ่งจะเปิดใหม่ได้ไม่นาน อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำซอง สไตล์และการออกแบบก็ตามชื่อของรีสอร์ทเลยครับ ก็คือกล่อง โดยใช้ตู้คอนเทรนเนอร์หลากหลายสีสันมาทำเป็นห้องพักที่ดูเก๋และชิค เรียกได้ว่ามีที่เดียวในวังเวียงอย่างแน่นอน สำหรับใครที่มีแพลนจะมาเที่ยววังเวียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะพักที่ไหนดี แนะนำให้มาพักที่เดียวกันกับเราเลยครับ อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำซอง แถมมีความเงียบสงบและมีบริการนำเที่ยวในวังเวียงอีกด้วย
ติดต่อที่พัก :
Tel : 020 91 779 696
Line id : kong_Resort
Email : kong@season-laos.com

ก่อนอื่นก็ต้องมาเช็คอินกันก่อนครับ เรามาถึงวังเวียงประมาณบ่าย2 สามารถเช็คอินและเข้าห้องพักได้ทันที เราจะพักกันที่นี่2คืน มาวังเวียงทั้งทีนอนคืนเดียวคงไม่พอ บริเวณใกล้ๆกับ Lobby ก็จะเป็นบาร์เล็กๆและพื้นที่สำหรับนั่งทานอาหารและเครื่องดื่ม ตกแต่งได้เก๋และลงตัวเข้ากับคอนเซปต์มากๆ


ห้องพักที่นี่มีหลากหลายแบบให้เลือกครับ คืนแรกเราจะพักห้องที่มีชื่อว่า Alpla กัน ด้านในก็อาจจะดูเล็กๆในแบบของตู้คอนเทรนเนอร์ครับ เป็นสีเหลี่ยมแนวยาว มีห้องน้ำในตัว ส่วนด้านหลังก็จะมีระเบียงให้ออกไปนั่งเล่น บางคนอาจจะมองว่าห้องเล็กไป แต่สำหรับเราแล้วนอนสองคนกำลังพอดีครับ อบอุ่นดี^^


บ้านพักแบบหลังใหญ่ก็มีนะ อารมณ์เหมือนบ้านส่วนตัว เป็นห้องที่ชื่อว่า Delta เหมาะกับการมาพักแบบก๊วนเพื่อนและแบบครอบครัวมากๆ


เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางใช่มั้ย? มาโซนนี้สิ มีสระว่ายน้ำให้ได้ลงว่ายผ่อนคลายอีกด้วย เป็นสระว่ายน้ำแบบ Outdoor ครับ ว่ายกันท่ามกลางแสงแดดและสายลม ฮ่าๆ แต่..น้ำเย็นมากกก อยากจะบอกว่าลงเล่นแค่แป๊บเดียวก็ต้องขึ้นจากสระกันแล้วครับ



ไม่ไกลจากที่พัก เดินประมาณ5นาที ก็จะถึงแม่น้ำซองแล้วครับ ที่นี่มีทั้งร้านอาหารริมน้ำ มีกิจกรรมการนั่งเรือเร็วชมวิว การพายเรือคายัค และการนั่งห่วงยางให้ลอยตามน้ำ ทางเดินและทางรถที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นดิน ดังนั้นให้ระวังเรื่องของฝุ่นกันเ้วยนะครับ หากใครที่มีแพลนจะมาเที่ยวแนะนำให้นำแมสปิดจมูกติดตัวมาด้วยก็ดีครับ


เขาบอกว่าหากได้มาเที่ยววังเวียงแล้วไม่ได้มานั่งจิบเบียร์และทานอาหารเอาเท้าจุ่มน้ำถือว่ามาไม่ถึงนะครับ ^^ เราเองก็ไม่ผลาดที่จะขอจัด….กันสักนิด เพราะบรรยากาศมันฟินสุดๆ


เริ่มต้นเช้าวันใหม่ก่อนออกไปตระเวณเที่ยวด้วยอาหารเช้าแบบเรียบง่ายแต่อิ่มมากๆ มื้อนี้ต้องกินเยอะๆหน่อยเพราะเราต้องซิ่งมอเตอร์ไซต์เที่ยวกันทั้งวัน อาหารเช้าที่นี่ไม่ใช่แบบบุฟเฟ่ต์นะครับ แต่จะเป็นเมนูให้เราเลือกตามเมนูของรีสอร์ท





ก่อนจะออกไปเที่ยว เราขอย้ายห้องพักกันก่อนละกัน คืนที่สองเราจะพักห้องที่ใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อยครับ เป็นห้องที่ชื่อว่า Barvo ข้างในห้องพักกว้างกว่าห้องแรกที่เราพักครับ ผนังด้านข้างออกแบบให้เป็นกระจกใส มีที่อาบน้ำแบบ Outdoor


พามาดูบ้านพักหลังใหญ่อีกหนึ่งแบบครับ มีสองชั้น ชั้นบนมีระเบียงยื่นออกมา เหมาะมากหากมาพักกันแบบครอบครัวหรือก๊วนเพื่อน

กว่าจะออกจากที่พักได้เวลาก็ปาไปเกือบจะครึ่งวัน เนื่องจากทำใจไม่ได้กับการขับมอเตอร์ไซต์ออกมาเที่ยว เพราะแดดร้อนมาก ที่แรกเรามายังแลนด์มากของวังเวียงที่เป็นภาพติดตาของหลายๆคน ก็คือ Bluelagoon1 ซึ่งเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวทุกชนชาติ ด้วยจุดเด่นที่มีต้นไม้ยื่นออกไปเหนือน้ำที่นักท่องเที่ยวจะปีนขึ้นไปแล้วกระโดดลงมา แต่จุดนี้คนจะค่อนข้างเยอะครับ ถ้าอยากได้ความเงียบสงบหน่อยก็อาจจะต้องยอมขับรถไปไกลกว่านี้ แต่เส้นทางนั้นมันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยนะครับ
ปล. จริงๆแล้ว Bluelagoon จะมีทั้งหมด3ที่ครับ อีก2ที่ถนนหนทางที่จะไปค่อนข้างจะลำบากหน่อย แถมไกลอีกด้วย เวลาเรามีจำกัดเลยเลือกแค่จุดเดียวพอ)


มาต่อกันด้วยอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่ใครๆก็มายืนแชะภาพถ่ายคู่กับสะพานสีเหลืองข้ามแม่น้ำซอง กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรผลาด โดยที่สะพานนี้จะเป็นเส้นทางเชื่อมไปยังถ้ำจัง

สระน้ำสีมรกตระหว่างทางก่อนขึ้นไปยังถ้ำจัง เป็นน้ำที่ไหลออกมาจากถ้ำจัง สามารถลงเล่นได้ครับ คือน้ำใสมาก ใสกว่าบลูลากูนซะอีก ^^ แต่กว่าจะเดินขึ้นมาถึงถ้ำจัง อยากจะบอกว่าเหนื่อยสุดๆ แต่พอได้เข้ามาภายในถ้ำอยากจะบอกว่าหายเหนื่อยเลยครับ เราจะได้เห็นความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้นได้อย่างอลังการ มีหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปแบบอยู่เต็มไปหมด



เสร็จจากถ้ำจังเราก็แว๊นมาชมบรรยากาศรอบๆแม่น้ำซองกันต่อครับ ซึ่งแม่น้ำซองจะเต็มไปด้วยกิจกรรมสุดฮิตมากมายอย่างการพายเรือคายัคล่องไปตามแม่น้ำชมวิวสองฝั่ง แต่ถ้าหากมองขึ้นไปบนฟ้าก็จะเห็นบอลลูนลอยอยู่เหนือเมืองวังเวียง





เอกลักษณ์และจุดเด่นของที่นี่ก็คือภูเขาหินปูนที่สูงมาก ตั้งตะหง่านเป็น background ที่สวยงามในวังเวียง

พอถึงช่วงเย็นบรรยากาศของริมน้ำซองจะดูครึกครื้นเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวต่างพากันมานั่งจับจองที่นั่งตามร้านอาหารริมน้ำ และนี่ก็คืออีกหนึ่งสเหน่ห์ของวังเวียงที่ใครๆก็อยากจะมาสัมผัสบรรยากาศการนั่งกินข้าว จิบเบียร์ แล้วเอาเท้าแช่น้ำ




จบเรียบร้อยสำหรับทริปวังเวียง ถึงแม้จะเป็นแค่ทริปสั้นๆแต่ก็คุ้มค่ากับการมาเยือนสักครั้ง ได้เห็นอะไรใหม่ๆกับการเดินทางเที่ยวในแต่ละสถานที่ เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบการท่องเที่ยวแบบลุยๆนิดๆ มีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ที่ไม่ไกลจากประเทศไทย มาเริ่มที่นี่ได้เลยครับ






Leave a Reply