“ฮานอย” 1 วันกับสายการบิน VietjetAir

VietjetAir ได้เปิดตัวที่บ้านเรามาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว แต่หลายๆคนอาจจะยังไม่ค่อยจะรู้จัก วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาแนะนำและให้เพื่อนๆได้รู้จักสายการบินนี้มากยิ่งขึ้น

เมื่อเดือนก่อนผมมีโอกาสได้ลองนั่งสายการบินสัญชาติเวียดนามน้องใหม่อย่าง VietjetAir ไปที่ฮานอย จริงๆแล้วจะเรียกว่าเป็นสายการบินน้องใหม่เอี่ยมเลยก็คงจะไม่ใช่ครับ เพราะ VietjetAir ได้เปิดตัวที่บ้านเรามาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว แต่หลายๆคนอาจจะยังไม่ค่อยจะรู้จัก วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาแนะนำและให้เพื่อนๆได้รู้จักสายการบินนี้มากยิ่งขึ้น เผื่อเอาไว้ไปอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับมีแพลนจะเดินทางไปเวียดนาม แล้วอยากลองเปลี่ยนแบรนด์ดูบ้าง

ทางผมเองก็มีแพลนที่จะไปฮานอยอยู่แล้วครับ ประจวบเหมาะกับทางสายการบินนี้ได้เชิญผมไปลองนั่งดู ก็เลยถือโอกาสตอบรับคำเชิญแบบไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ^^ แพลนของผมที่ฮานอยคือ1วัน เฮ้ย1วันจริงๆนะ (2วัน1คืน สำหรับผมถือว่าเป็นวันเดียว ฮ่าๆ) มีภาระกิจที่จะต้องไปทำหนึ่งอย่างที่ “วัดเสาเดียว”

การเดินทางของผมเริ่มต้นที่สนามบินสุวรรณภูมิครับ โดยผมได้ตั๋วแบบ Skyboss คือ สามารถเข้า Check-in ที่ช่องพิเศษได้ ไม่ต้องไปต่อแถวยาวๆให้เสียเวลา โหลดสัมภาระใต้เครื่องได้ถึง30กก.แถมมี lounge ให้นั่งชิลๆระหว่างรอเครื่องด้วยนะ แต่เสียดายที่ผมมาช้าไปหน่อย เลยมีมีเวลาอยู่ใน lounge แค่แป๊บเดียว กะจะกินของอร่อยๆให้คุ้มสักหน่อย อิอิ

ก่อนอื่นผมขอเล่าเกี่ยวกับ VietjetAir แบบคร่าวๆก่อนนะครับ เป็นสายการบิน Low-Cost ที่ราคาตั๋วไม่แรงครับ บินตรงสู่เวียดนามได้เลย โดยมีเส้นทางไปเมืองต่างๆ คือ  โฮจิมินห์  ฮานอย  และไฮฟอง ส่วนฮานอยที่ผมจะเดินทางไป มีแค่Filghtเดียวครับ คือ เที่ยวไป 12.40 และเที่ยวกลับ 15.15 โดยปลายทางเป็นสนามบินโนยบ่าย (ฮานอย)

ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วว Gate ของ VietjetAir จะอยู่เกือบท้ายๆสุดเลยครับ ขนาดของเครื่องบินไม่ใหญ่มากครับ ขนาดเท่ากับสายการบินสีแดงเลย แต่ภายในดูเหมือนว่าจะนั่งสบายกว่าแฮ่ะ

ในเมื่อตั๋วของเราเป็นแบบ Skyboss ได้นั่งด้านหน้าสุดเลยครับ รู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไหร่^^ เพราะเวลาจองตั๋วทั่วๆไปจะเลือกนั่งกลางเครื่องเสมอ นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยนะเนี๊ยย ฮ่าๆๆ
อยากให้เพื่อนๆลองดูที่ชุดฟอร์มแอร์นะครับ คือแบบเก๋มาก ดูแปลกตาดี เน้นสบายๆ

เครื่อง Take-Off ได้ไม่นาน เหมือนรู้ว่าเราจะหิวมากกก พนักงานก็ยื่นเมนูให้เราเลือกทันที อาหารมีให้เลือกหลายอย่างครับ แต่ละอย่างน่ากินทั้งน้านน เราขอเลือกเป็นสปาเก็ทตี้และมัสมั่นไก่ครับ

หลังจากอิ่มท้องแล้วเราก็ของีบกันสักหน่อย เก็บแรงไว้ไปใช้ที่ฮานอย

ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงกว่าๆเกือบ2ชั่วโมง เราก็มาถึงสนามบินนอยบ่ายกรุงฮานอย ผ่านจุด ตม. เราก็มารอขึ้นรถStuttle Bus เพื่อที่จะเดินทางเข้าไปในเมือง หมายเลขรถ 86 จะจอดรอผู้โดยสารอยู่ที่หน้าสนามบินเลยครับ ที่เลือกใช้บริการรถโดยสารก็เพราะว่าราคาถูกสุดแล้วครับ แค่คนละ30,000 ดอง หรือประมาณ 47บาท โดยเราจะลงที่ย่าน“Old Quarter”  เพราะเราจองโรงแรมในระแวกนั้น ซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายพอดี ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินเข้ามาในเมืองประมาณ 45นาที

รามาถึงในตัวเมืองก็เกือบจะเย็นๆแล้ว แพลนของเราวันนี้ก็คือ เข้าที่พักและเดินเที่ยวในบริเวณใกล้ๆที่พักละกัน  สรุป คือ เรามีเวลาเที่ยวของวันรุ่งขึ้น(พรุ่งนี้) อีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เพราะจะต้องไปให้ทันขึ้นเครื่องกลับ เราจะใช้เวลาที่มีอยู่ให้เต็มที่ที่สุด ฮ่าๆ

เมื่อมาถึงจุดที่เราจะลง เราก็เดินกันมาแบบ งงๆ เฮ้ยย ที่พักเราอยู่หน้ายยย เมื่อสอบถามจากคนบริเวณนั้น เขาบอกว่าอีกไกล ต้องนั่งTaxi เท่านั้น (โอวววไม่อยากนั่งเบย) เพราะเราดันลงผิดสถานีนั้นเองT-T

เดินหา Taxi กันสิครับงานนี้ จริงๆTaxiมีเยอะครับ แต่เราขอเลือกคันที่จะนั่งหน่อย เลยต้องเดินหากันไปเรื่อยๆ เพราะถ้าเลือกคันผิดชีวิตคุณอาจจะเปลี่ยนได้ ฮ่าๆ

ได้Taxiกันละ รีบกระโดดขึ้น แล้วบอกว่า “ไปเลยเพ่” แต่ลืมไปว่าพี่เขาฟังภาษาไทยไม่ออกนี่หว่าา ระหว่างทางเราไม่สนใจอะไรกันทั้งสิ้น เราสนใจอย่างเดียวคือ “มิเตอร์” เท่านั้น!

ถ่ายไปเรื่อยระหว่างทางจะไปที่พัก มองดูแผนที่ เฮ้ยย..นี่มันอ้อมนี่หว่าาา เอาแล้วไง! ใจเต้นแรง มือสั่น ตามจังหวะเสียงแตรรถที่นี่

สรุปคือ โดนTaxi …….จนได้

นี่คือห้องราคา600บาท ฟรีอาหารเช้า ที่เราจองผ่านAgoda ชื่อโรงแรม “Rising Dragon Estate” บนถนน Nguyen Van To สภาพห้องดูโอเคครับในราคาระดับนี้ ห้องน้ำมีอ่างอากุสชี่ด้วยนะ  ถ้าเป็นเงินดองก็ประมาณ 380,000ดอง/คืนครับ (เห้ยย..นี่เรานอนห้องหลักแสนเลยนะเนี้ย)

มีระเบียงให้เดินออกมาชมวิวด้วยนะ ถ้าเป็นบ้านเรา ย่านนี้ก็คงจะคล้ายๆกับแถวข้าวสาร เยาวราช ประมาณนี้ครับ

หลังจาก Check-in เก็บของเสร็จ ก็ออกมาตระเวน เดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย จุดหมายที่จะไปวัดเสาเดียวนั้นคงไม่ทันแล้ว เพราะพนักงานที่โรงแรมแจ้งว่าวัดปิดแล้ว เลยต้องรอไปพรุ่งนี้เช้า

GPS ที่ดีที่สุดของเราสำหรับทริปนี้ก็คือแผนที่จากโรงแรม เนื่องจากเราไม่ได้ซื้อซิม เลยอาศัยงูๆปลาๆไป จุดสีชมพูที่เห็นบนแผนที่ก็คือย่าน “Old Quarter” ย่านที่เต็มไปด้วยของกินอร่อยๆมากมาย

“ฮานอย” คนที่เคยมาก็คงจะรู้ๆกันอยู่นะครับว่าเราต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับอะไรบ้าง อิอิ ยิ่งหากเราเป็นนักท่องเที่ยวแล้ว กลยุทธ์ของคนที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น Taxi พ่อค้า แม่ค้า อาจจะทำให้เราหัวเสียได้ทั้งวันแน่ๆ (ละไว้ในฐานที่พวกเราๆเข้าใจ) ซึ่งผมเองก็โดนทั้งๆที่เตรียมพร้อมตัวเองมากันอย่างดี ก็ยังโดนจนด้ายยยย..

ทริปนี้เราเลยเน้นพึ่งสองเท้าของเราเองซะส่วนใหญ่ สบายใจกว่าเย๊อะ ถึงจะขาลากก็เหอะ^^

อ้อ..อีกอย่างหนึ่งที่ต้องปรับตัว คือ เรื่องของการข้ามถนนที่นี่ครับ แรก ๆ ก็งง ว่าจะข้ามถนนที่ฮานอยยังไง รถเยอะมาก บีบแตรสนั่นหวั่นไหว รถไม่จอดให้ข้ามเลย แต่ตอนนี้รู้แล้วครับ ถ้าจะข้ามถนนให้เดินข้ามไปเลย รถทุกคันก็จะบีบแตรทักทาย ประมาณว่า “ข้ามถนนดี ๆ นะ” และทุกคันก็หลบให้เราเอง ไม่มีการด่าทอเรากลับมาแน่นอน

เดินเล่นไปเรื่อยๆ มาโผล่ที่ถนนคนเดิน น่าจะเป็นใจกลางของฮานอย ดูผู้คนเยอะดี มีทั้งเด็กและวัยรุ่นมารวมตัวกันที่นี่เพื่อทำกิจกรรม

เดินมาอีกไม่ไกลก็จะเจอกับสะพานสีแดง ซึ่งใช้ข้ามมายังวัดหงอกเซินที่เป็นเกาะอยู่กลางทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม(ทะเลทราบคืนดาบ) บริเวณจุดนี้มีชื่อว่า “Ngoc Son Temple” เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของฮานอย

บริเวณใกล้ๆกันจะเห็นผู้คนมากมาย หลากหลายวัย มารวมตัวกันทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง ผมจำชื่อไม่ได้ ใครรู้ช่วยบอกที่ อิอิ เป็นอะไรที่ดูน่าสนใจมาก เล่นกันกลางถนนเลยครับ รวมถึงในวันนี้มีถนนคนเดินด้วย เราก็เลยเดินเล่นไปเรื่อยๆ แนะนำว่าหากเพื่อนๆจะซื้ออะไร ให้ต่อราคาก่อนนะครับ ผมใช้วิธีต่อแล้วต่ออีกจนสำเร็จ ฮ่าๆๆ เพราะพ่อค่าแม่ค้าบางคนเห็นเราเป็นนักท่องเที่ยว อาจจะขายให้เราแบบแพงลิ่ว

ดินมากเริ่มเหนื่อย หาอะไรเย็นๆดับกระหายดีกว่า มาถึงถิ่นทั้งทีต้องลองสักป๋อง นั่งกินไป คุยกับยายไป เพลินดีแฮ่ะ ขนาดพูดกันไม่เข้าใจนะเนี๊ย ฮ่าๆ

หลังจากนั้นเริ่มหิว หาอะไรกินสิครับ รออะไร
มาที่นี่ไม่กิน“เฝอ” ถือว่ามาไม่ถึง รสชาติจืดๆตามสไตล์ของคนที่นี่ เครื่องปรุงไม่มี มีเพียงแค่พริกหั่นสดกับมะนาวเท่านั้นแล ย่านนี้มีร้านเฝอเยอะมากครับ ชอบร้านไหนก็เดินเข้าไปโลด

อิ่มท้องเสร็จ ก็เดินย่อยกัน เดินไปเรื่อยๆเช่นเคย ดูนั้นดูนี่ ยิ่งดึกผู้คนก็ยิ่งเยอะขึ้น ถ้าเปรียบเทียบย่านนี้กับบ้านเรา ก็คงจะไม่ต่างกับแถวๆเยาวราชหรือข้าวสารสักเท่าไหร่ครับ

ครึกคักดีมั้ยครับสีสันของย่านเมืองเก่า เขาว่ากันว่าหากต้องการข้ามถนน ให้เดินข้ามไปเลย เด๋ยวรถจะระวังเราเอง ห้ามหยุดชะงัก เพราะไม่งั้นคนที่ขับมอเตอร์ไซต์จะงง เสียงแตรบีบดังตลอด เป็นเรื่องปกติของคนที่นี่

แหล่งรวมวัยรุ้นดีดีนี่เอง อยากลองไปนั่ง หามุมเหมาะๆก่อน

สวัสดีเช้าของวันใหม่..
เดินสิครับ เดินชมวิถีชีวิตของคนที่นี่ไปเรื่อยๆ ผู้คนครึกคักแต่เช้า จุดหมายคือ “วัดเสาเดียว” (one pillar pagoda) มาทำตามสัญญาในความเชื่อส่วนตัวอย่างหนึ่งครับ ที่เราหวัง แล้วได้ดังหวัง เราก็เลยต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีเวลาน้อยอย่างที่บอกครับ

ในที่สุดก็มาถึง “One Pillar Pagoda” วัดเก่าแก่ใจกลางเมืองฮานอย อยู่บริเวณสุสานโฮจิมินห์ หรือที่เรียกว่า “วัดเสาเดียว” นี่แหละครับคือจุดหมายของทริปนี้ ถึงจะเป็นสถานที่เล็กๆ แต่มันรู้สึกดีมากก ที่ได้กลับมาอีกครั้ง ใช้เวลาเดินเท้าจากโรงแรมมาที่นี่ประมาณครึ่งชั่วโมง

นบริเวณใกล้ๆกันนั้นจะมีพิพิธภัณฑ์ Ho Chi Minh แต่เราไม่ได้เข้าไปชมข้างในครับ ได้แต่ยืนมองอยู่ด้านนอก เพราะดูเวลาแล้ว เราจะต้องรีบเข้าไปเก็บของกันที่โรงแรมเพื่อ Checkout ไปยังสนามบิน

หลังจากเดินกลับถึงโรงแรม เราก็เก็บของ check-out เพื่อมารอขึ้นรถเมลไปยังสนามบิน โดยเดินจากโรงแรมมาประมาณ20นาที จุดที่เราจะขึ้นรถเมลนั้นจะอยู่หน้าสถานีรถไฟเลยครับ เขียนว่าคิวรถ “86” รถจะมาจอดทุกๆ30นาที  ระหว่างรอรถเราก็หาร้านกาแฟนั่งกันสักหน่อย

เห็นบิลค่ากาแฟแล้วแทบจะเป็นลม ฮ่าๆๆๆๆ

ผ่านไปอีก 2ชั่วโมง ก็มาถึงสนามบินกันครับ ด้วยสายการบินเดิม คือ VietJetAir และเลือกตั๋วแบบSkybossเหมือนเดิม เพื่อความรวดเร็วในการCheck-in

ระหว่างรอขึ้นเครื่อง ก็หาอะไรกินกัน พร้อมๆกับชมวิวใน Lounge

หลังจากขึ้นเครื่องเราก็ตีตั๋วนอนกันยาวๆ ก่อนจะถึงจุดหมายคือสุวรรณภูมิครับ

ขอบคุณสายการบิน VietJetAir ที่ให้เราได้มาลองใช้บริการ และพาเราไปยัง “ฮานอย” เพื่อทำภาระกิจที่ตั้งหวังไว้ได้สำเร็จ สำหรับเพื่อนๆคนไหนกำลังหาตั๋วบินไปที่เวียดนาม ลองเข้าไปดูรายละเอียดของสายการบินนี้ได้ที่ http://www.vietjetair.com/ เห็นช่วงนี้มีโปรถูกๆด้วยนะ

สำหรับรีวิวนี้หากมีข้อผิดพลาด หรือตกหล่นส่วนไหน ต้องขออภัยด้วยนะครับ ทริป1วัน ได้แค่นี้ถือว่าคุ้มเลยทีเดียว ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s