หมู่บ้านเล็กๆแห่ง เหมืองปิล็อก ที่ใครๆมาก็ต้องร้องว้าว ยิ่งได้มาช่วงนี้นะ จะได้เจอทั้งความชุ่มฉ่ำและสายหมอกตลอดเกือบทั้งวัน
ถึงแม้เส้นทางมันจะแสนไกล แต่บอกเลยว่าไม่ใช่ปัญหาสำหรับทริปนี้ของเรา หลายคนอาจจะไม่ชอบเที่ยวหน้าฝน แต่สำหรับเราแล้ว ช่วงนี้แหละน่าเที่ยวที่สุดของทริปที่ต้องการจะเสพความGreen เพราะมันทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ยืนมองต้นไม้และใบหญ้าสีเขียวที่มีหยดน้ำอยู่บนยอดใบ ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้มีครบทุกอย่างตามที่เราต้องการเลยแหละ บรรยากาศที่นี่เงียบสงบ ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นเสมือนหนึ่งคนที่อาศัยอยู่ที่นี่มากกว่าการเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่ซะอีก
ลองตามมาดูว่า การที่เราขับรถผ่าน 399 โค้งและเส้นทางที่อันตรายมานั้น มันคุ้มค่ากับการมาสักแค่ไหน >>>

อารมณ์และบรรยากาศของหมู่บ้านนี้ทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ย..นี่ประเทศไทยหรือเนี๊ย ^^


เพื่อนคู่ใจในทริปนี้ของเรา Honda BR-V ทรงสปอร์ตยกสูงที่เราเลือกเดินทางไปยังหมู่บ้านอีต่องครับ เพราะจากข้อมูลที่เราได้อ่านก่อนจะมานั้น ส่วนใหญ่หลายๆคนจะพูดถึงสภาพของถนนที่เล็กและชัน แถมบางจุดถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ เพื่อความอุ่นใจ เราจึงเลือกเจ้าคันนี้มาครับ


จุดเริ่มต้นของเส้นทางไปหมู่บ้านอีต่อง จอดถ่ายคู่กับป้ายสักหน่อย เพื่อให้รู้ว่าเรามาถูกทาง ฮ่าๆ ช่วงแรกถนนค่อนข้างดีครับ เป็นถนนลาดยางตลอด
ยิ่งเข้าใกล้หมู่บ้าน ยิ่งมีหมอกหนาปกคลุมตลอดทาง แถมเส้นทางก็เปลี่ยนไป แต่ดีที่ทริปนี้เราได้ Honda BR-V มาเป็นเพื่อนคู่ใจ เพราะเป็นรถที่ค่อนข้างยกสูง เจอหลุมเจอบ่อ สบายใจและหายห่วงครับ

ขับรถจากอำเภอทองผาภูมิใช้เวลาผ่านเส้นทาง399โค้ง เจอทุกสภาพถนน และแล้วเราก็มาถึงอีต่อง…หมู่บ้านแห่งสายหมอก


Hill House Pilok โฮมสเตย์ที่เราเลือกพักในคืนแรก เพราะเป็นอีกหนึ่งที่พักที่ได้รับความนิยมสำหรับคนที่มาเที่ยวอิต่อง อากาศเย็นๆพร้อมกับสายฝนแบบนนี้ คืนนี้คงหลับสบายน่าดู ^^


จุดเช็คอินอีกหนึ่งมุมของหมู่บ้าน เป็นจุดสำหรับให้ผู้มาเยือนได้เขียนป้ายไว้เป็นที่ระลึกและถ่ายรูป เรียกได้ว่าใครๆก็ต้องมาฝากผลงานของตัวเองไว้ที่นี่




การมาพักที่หมู่บ้านอีต่อง นอกจากจะมีที่พักที่มีความสะดวกสบายแล้ว ยังมีแหล่งกิน สำหรับผู้มาเยือนไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่มีทั้งซีฟู้ด ข้าวต้ม ไข่กระทะ และร้านกาแฟ ที่ให้บริการหลายร้าน โดยเฉพาะไข่กระทะที่เป็นเมนูยอดฮิตของที่นี่ อากาศเย็นๆแบบนี้มันเข้ากันมากกก

ที่นี่หมอกหนาจนมองไม่เห็นทางข้างหน้าว่าสิ้นสุดตรงไหน เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่เราคาดหวังว่าต้องได้สัมผัส แล้วมันก็เป็นอย่างที่เราหวัง มาเที่ยวบ้านอีต่องมันต้องบรรยากาศแบบนี้สิถึงจะฟิน


ถึงแม้ทริปนี้เราจะมีกันแค่2คืน แต่การเตรียมตัวของเราเหมือนมาอยู่เป็นเดือน ฮ่าๆ โชคดีที่ Honda BR-V สามารถพับเบาะแถวหลังสุดได้ ทำให้มีพื้นที่ในการขนสัมภาระเพิ่มมากขึ้น อยากจะขนอะไรมาก็ขนมาได้เลย

สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัว แต่อยากมาสัมผัสอะไรแบบนี้ สามารถขึ้นรถสองแถวสีเหลืองที่เขียนว่า ทองผาภูมิ-อีต่อง ได้ที่อำเภอทองผาภูมิ ซึ่งค่าโดยสารคนละ70บาท มีทั้งหมด 3รอบ คือ 10.30 , 11.30 และ 12.30 ซึ่งจะมาส่งเราจนถึงหมู่บ้านอีต่องเลยครับ ใช้เวลาประมาณเกือบๆ2ชั่วโมง




เมื่อสายหมอกพัดผ่านไป ภาพของหมู่บ้านก็จะปรากฎให้เราได้เห็นชัดเจนขึ้น พร้อมกับสายหมอกบางๆที่ยังคงลอยอยู่บนยอดเขา



ฝนตกตลอดทั้งวัน แต่เราเองก็ยังคงที่จะขับรถเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะ “ช่องมิตรภาพ” ซึ่งเป็นช่องชายแดนระหว่างไทยกับพม่า แค่เดินผ่านช่องนี้ไป เราก็จะไปยืนอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านแล้ว อิอิ วินาทีนี้ ลมแรง หมอกหนา หนาว มาครบทุกความรู้สึก


ส่วนใหญ่แล้วพื้นที่ต่างๆภายในหมู่บ้านอีต่องจะเป็นที่แคบและเนินเขา เวลาถอยหลังเพื่อกลับรถรู้สึกสะดวกมากๆ Honda BR-V มีจอแสดงกล้องหลังให้เราเห็นอย่างชัดเจน

ในหมู่บ้านมีร้านกาแฟเก๋ๆชื่อ “แดกม๊ะ” เป็นร้านเล็กๆสะดุดตาด้วยชื่อที่จะต้องตอบว่า เเ..กสิครับ

ที่พักอีกหนึ่งคืนของเราที่อยากจะแนะนำครับ “อีต่องโฮมสเตย์” อีกหนึ่งโฮมสเตย์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะถือว่าเป็นที่พักแรกๆที่โตมาพร้อมกันกับบ้านอีต่อ

แต่ละห้องมีหลายแบบครับ ตกแต่งเรียบง่าย ราคาก็ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน ซึ่งห้องพักที่เราเลือกนั้นคือภาพที่สองทางขวาครับ มุ้งมิ้งมั้ยหละ^^




มาบ้านอีต่อง บางจุดเราต้องขับรถไปเที่ยว อีกหนึ่งสิ่งที่เราชอบทำให้มากที่สุดเวลาขับรถก็คือการฟังเพลง แต่สัญญาณวิทยุไม่ค่อยจะมี แต่เจ้า Honda BR-V สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ อยากฟังเพลงในมือถือก็แค่เสียบสาย USB เชื่อมมือถือกับวิทยุได้เลย


ความสวยงามในช่วงบรรยากาศใกล้ค่ำ สายหมอกกับแสงไฟ ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา จะมากับคู่รัก หรือมาเป็นครอบครัวก็มีความสุข

และที่สำคัญ คือ มีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นความเขียวของขุนเขาและป่าไม้ ตลอดเส้นทางของทริปนี้ นี่แหละคือเหตุผลที่พวกเราชอบเที่ยวหน้าฝนมากที่สุด ถึงมันจะดูเปียกแฉะก็ตาม


“หมู่บ้านอีต่อง” เป็นหมู่บ้านที่มาเที่ยวแล้วจะต้องลองนอนค้างสักคืนนะ แล้วเพื่อนๆจะหลงรักที่นี่เหมือนกับเรา หลายคนอาจจะสงสัยว่า เฮ้ย..บ้านอีต่องมีที่เที่ยวแค่นี้เองเหรอ ตอบเลยว่า..ไม่ใช่ครับ จริงๆแล้วที่เที่ยวมีหลายจุดมาก แต่ด้วยสภาพอากาศบางจุดเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาติให้เข้าไป เช่น น้ำตกจ๊อกกระดิ่น หรือแม้แต่บางจุดมีหมอกลงจัดทำให้เราไม่สามารถขึ้นไปได้ เช่น เนินช้างศึก เนินเสาธง หลักๆเราเลยอยู่แต่ในหมู่บ้านกันเท่านั้น แต่เป็นการอยู่ในหมู่บ้านที่คุ้มค่าและฟินมากๆ แล้วเราจะกลับมาที่นี่อีกแน่นอน






Leave a Reply