“ไทเป” 3วัน2คืน เที่ยวง่ายๆ ไม่ต้องคิดเยอะ
10,000บาทเอาอยู่! เพราะค่าเงินบาท แทบจะเท่าบ้านเราเลย..

เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ยังคงเป็นเป้าหมายของหลายๆคน ซึ่งพวกเราเองก็เช่นเดียวกันครับ เป็นเมืองที่ครบรสสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิน เรื่องเที่ยว หรือแม้กระทั้งเรื่องของการซ้อปปิ้งที่หลากหลาย ที่สำคัญอาหารถูกปากคนไทยเอามากๆ บอกเลยว่าให้พวกเราอยู่ที่นี่เป็นเดือนๆยังได้เลยครับ อิอิ
ทริปไทเปครั้งแรกของเราในครั้งนี้เราไปเที่ยวในสถานที่ฮอตฮิตกันครับ ซึ่งแต่ละที่นั้นเดินทางสะดวกและถูกมากๆ รถไฟ MRTครอบคลุม เรียกได้ว่าเป็นทริปที่ฟินและคุ้มสุดๆ
ซึ่งการเดินทางมาเที่ยวไทเปเราได้พกอีกหนึ่งความสะดวกสบายติดตัวมาด้วยครับ นั้นก็คือบัตร PLANET SCB ที่เราสมัครผ่าน SCB EASY App ก่อนจะเดินทางมาเที่ยว ซึ่งเป็นบัตรที่ตอบโจทย์นักเดินทางอย่างเรามากๆ เพราะเป็นบัตรเติมเงินที่ใช้แลกเรทเงินต่างประเทศราคาถูกมาก! และสามารถรูดซื้อสินค้าและกดเงินสดได้อีกด้วย มีสกุลเงินให้เลือกเรทดีๆเทียบเท่าร้านแลกเงินมากถึง13สกุลเงินครับ เราสามารถแลกเก็บไว้ล่วงหน้าก่อนได้ด้วยทุกที่24สกุลเงิน ที่สำคัญไม่มีชาร์จ2.5%ทุกสกุลเงินทั่วโลกเพิ่ม เพื่อนๆที่มีแพลนจะเดินทางไปต่างประเทศช่วงนี้ แนะนำให้รีบสมัครเลยครับ ไม่ต้องคิดเยอะเพราะตอนนี้เค้าฟรีค่าธรรมเนียมในการสมัคร! และไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ เหมือนแจกบัตรให้ใช้ฟรีๆ แต่หลังปีใหม่นี้ใครสมัครช้าต้องเสีย200บาทนะ บัตรนี้จะดียังไง เข้าไปดูในรีวิวเลยครับ

นี่คือหน้าตาของบัตร PLANET SCB ครับ เราสมัครผ่าน SCB EASY บัตรจัดส่งให้ถึงบ้าน ตั้งใจมาใช้ในทริปไต้หวันเลยครับ เพราะบัตรนี้สามารถแลกสกุลเงิน TWD ได้ด้วย เรทดีสุดๆ ตอบโจทย์คนที่ชอบเดินทางต่างประเทศบ่อยๆได้อย่างแน่นอนครับ ไม่ต้องพกเงินสดติดตัวมากๆ ที่เหลือแลกเก็บไว้ในบัตรเดียวจบ เพราะสามารถแตะหรือรูดซื้อของ รวมถึงกดเงินสดที่ตู้ ATM ที่รองรับบัตร VISA ที่ต่างประเทศได้ด้วย

ที่ชอบบัตรนี้มากก็เพราะว่าก่อนการเดินทางเราสามารถแลกเงินผ่าน SCB EASY App ได้เลยครับ ที่สำคัญคือเราสามารถแลกเก็บไว้ก่อนล่วงหน้าได้ ซึ่งเรทนั้นดีกว่าร้านรับแลกเงินทั่วไปมากๆ แถมเราไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวยาวๆเพื่อแลกตามร้านแลกเงิน ส่วนใครมีแพลนจะไปเที่ยวต่างประเทศอีกนานก็สามารถแลกเรทเก็บไว้ก่อนได้เช่นเดียวกันครับ ต่อให้มีเรทเปลี่ยนแปลงหลังจากที่เราแลก ก็ไม่มีผลกระทบครับ เจ๋งสุดๆ

แอบประหลาดใจ คือ เค้ามีสกุลเงินให้เราแลกถึง13สกุลเงินเลยครับ เช่น USD , EUR , GBP , JPY , SGD , HKD , KRW , CHF , AUD , CAD , NZD , CNY และ TWD ครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา แต่ทริปนี้เราจะไปเที่ยวใกล้ๆกันก่อนละกัน สกุลเงินที่เราจะแลกก็คือ TWD ครับ เมื่อเรากดเลือกสกุลเงินที่เราต้องการแล้ว หน้าจอจะแสดงเรทอัตราแลกเปลี่ยนให้เราได้เห็นทันที คือ เรทดีกว่าร้านทั่วไปมากๆ หากแลกแล้วเราไปใช้ที่ต่างประเทศไม่หมด เราก็สามารถแลกคืนเป็นเงินบาทได้เหมือนกัน
ตลาดซีเหมินติง (Ximending) เป็นย่านที่เรานึกถึงเป็นอันดับแรกเลยครับ และเราก็เลือกที่พักในย่านนี้ด้วย เดินทางก็สะดวกเพราะอยู่ติดกับ MRT สถานี Ximen ที่นี่เป็นแหล่งซ้อปปิ้งของวัยรุ่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทเปเลยก็ว่าได้ เพราะมีครบทั้งร้านอาหาร ร้านค้า และร้านชาไข่มุกที่ใครๆก็ต้องมาลอง ช่วงเย็นๆย่านนี้จะดูคึกคักเป็นพิเศษ

หากเพื่อนๆคนไหนเคยไปเที่ยวญี่ปุ่น ย่านนี้จะอารมณ์คล้ายๆกับย่านชินจูกุครับ มีร้านค้า ร้านอาหาร และร้านช้อปปิ้งเยอะมากๆ บอกเลยว่าหากมาที่นี่ต้องเตรียมกระเป๋าตังค์ให้ดีๆ เพราะทุกซอกทุกมุมของย่านนี้จะดูดเงินของเราได้ดีเลยทีเดียว ฮ่าๆ



เราเดินเล่นกันเพลินๆ แอบไปเห็นร้านนึงที่ขายของเกี่ยวกับ Marvel ครับ เห็นแล้วรู้สึกตื่นเต้นเพราะเราเป็นสาวกของชื่อนี้กันอยู่แล้ว รีบเดินเข้าร้านกันทันทีเหมือนมีอะไรมากระซากตัวเราเข้าไปยังไงยังงั้น ใครเป็นสาวก Marvel แบบเรา บอกเลยว่าถูกใจแน่นอนครับ

ในที่สุดก็อดใจไม่ไหวที่จะซื้อ ฮ่าๆ ด้วยความสะดวกสบายที่เรามีบัตร PLANET SCB ที่สามารถแตะซื้อสินค้าได้เลยแบบไม่ต้องจ่ายเงินสดครับ เราสามารถรูดหรือแตะบัตรได้ทุกร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ VISA


มาย่านนี้ห้ามพลาดชาไขมุกร้านนี้นะครับ เป็นร้านเดียวที่คนต่อแถวเข้าคิวเยอะมาก แต่คุ้มค่ากับการรอคอยครับ หอมหวาน สดใหม่ เข้าใจแล้วครับว่าทำไมใครๆก็ต้องมาต่อแถวรอร้านนี้


ข้อดีของการเลือกพักย่านนี้ก็คือ เราสามารถเดินเล่นที่ตลาดแห่งนี้แบบไม่ต้องเร่งรีบครับ ใครที่เป็นสายช้อปปิ้งบอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์อย่างแน่นอน เพราะยังเป็นแหล่งรวมแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รวมถึงร้าน Street Food ชื่อดัง เราใช้เวลาเดินเที่ยวกันอยู่สักพักใหญ่ๆ ก่อนจะเข้าห้องพักเพื่อเก็บแรงสำหรับทริปในวันพรุ่งนี้


นี่คือห้องพักที่เราเลือกในย่านนี้ครับ ชื่อว่า Walker Hotel Ximen ราคาไม่แพง แถมสะดวกสบาย ด้านล่างเป็นตลาดซีเหมินติง เดินไปอีกแค่50เมตรก็เป็นสถานีรถไฟ MRT ปล.โรงแรมแอบหายากนิสนึงนะ เราใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะเจอ ฮ่าๆ

เช้าวันที่สองเราเดินทางออกจากเมืองไทเปมาเที่ยวยังสถานที่ฮอตฮิตบนเนินเขาอย่าง “หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen)” ใช้เวลาเดินทางโดยรถบัสประมาณชั่วโมงกว่าๆ เราก็ได้สัมผัสภาพอันคุ้นเคยที่อยู่ตรงหน้า


หมู่บ้านนี้บอกเลยว่าต้องมา ไม่มาถือว่าพลาด เพราะเป็นอีกหนึ่งลีสของนักท่องเที่ยวแทบจะทุกคนที่มาเที่ยวไต้หวัน ภายในหมู่บ้านจะเป็นถนนเล็กๆที่สองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านค้าท้องถิ่นในบรรยากาศแบบดั้งเดิม เช่น โรงน้ำชา ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และจุดประสงค์หลักๆของเราก็คือตามหาร้านน้ำชาอันเลื่องชื่อ ประมาณว่าเดินแทบจะไม่ได้สนใจร้านอื่นๆที่เราเดินผ่านกันเลยหละ ฮ่าๆ
บรรยากาศและอากาศบนหมู่บ้านจิ่วเฟิ่นคือดีมาก จากมุมนี้เราจะสามารถมองเห็นทะเลได้แบบสุดลูกหูลูกตาเลยหละ ไม่แปลกใจเลยครับว่าที่นี่ทำไมถึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว อ้อ..ลืมบอกครับว่า นอกจากหมู่บ้านนี้จะมีร้านค้าต่างๆมากมายแล้ว หมู่บ้านนี้ยังมีทั้งโรงแรม โฮสเทล ไว้คอยให้บริการอีกด้วยนะ แอบเสียดายที่เราไม่ได้พักที่นี่ แต่หากใครมีโอกาสได้มาเที่ยวที่ไทเป แอดมินแนะนำให้ลองพักกันบนนี้สักคืนดูนะครับ รับรองว่าฟิน…






นที่สุดเราก็เจอร้านน้ำชาที่กำลังตามหา ร้านนี้มีชื่อว่า Amei Teahouse เป็นร้านน้ำชาชื่อดังของหมู่บ้านจิ่วเฟิ่น ด้วยความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ร้านนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านนี้โดยปริยาย ซึ่งร้านนี้เป็นร้านน้ำชาอู่หลงและขนมสไตล์ดั้งเดิมของไต้หวัน ร้านนี้ไม่ได้มีดีแค่น้ำชาเท่านั้น แต่วิวที่มองจากร้านนี้ก็สวยงามไม่แพ้กัน หากใครได้มาช่วงกลางคืน บรรยากาศของร้านนี้จะสวยงามมากขึ้นไปอีกครับ

หากใครได้มาที่ร้านชาแห่งนี้ แนะนำให้สั่งเป็นชุดน้ำชาพร้อมขนมนะครับ เพราะมันจะเข้ากันมากกก กว่าจะได้จิบชาหอมๆ ต้องผ่านหลายขั้นตอนที่ละเอียดมากๆ จนทำให้เราหายสงสัยเลยว่าทำไมร้านนี้ถึงโด่งดังจนทำให้ใครๆก็อยากจะลองมาสัมผัส



จิบชาหอมๆเสร็จ ยังพอมีเวลาในการมาเดินเล่นตามถนน Old Street ซึ่งเป็นถนนที่ให้เราได้เดินลัดเลาะไปตามไหล่เขาให้เราได้ชมวิวและบรรยากาศของอาคารบ้านเรือนที่มีความเก่าแก่จากจุดที่เรายืนคืออยากจะบอกว่าลมแรงมากบวกกับอากาศค่อนข้างเย็น ทำให้เราหลงรักหมู่บ้านนี้จนอยากจะหาโรงแรมนอนกันบนนี้สักคืน



ช่วงค่ำก่อนเข้าที่พักเราขอแว๊ปมาหาของกินอร่อยๆลงท้องกันที่ตลาด “Ningxia Night Market” ซึ่งเป็นอีกตลาดกลางคืนที่มีความเก่าแก่ของไต้หวัน เป็นตลาดเล็กๆที่พริกขี้หนูมากๆ เพราะเป็นตลาดที่มีระยะทางสั้นๆ แต่ว่าเนื่องแน่นไปด้วยผู้คนที่รอต่อแถวลิ้มลองตามร้านต่างๆ โดยส่วนใหญ่แล้วที่นี่จะเป็นร้านอาหารแบบดั้งเดิมสไตล์ไต้หวันแท้ๆเลยครับ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายมาก ใครที่จะมาตลาดนี้แอดมินแนะนำให้เตรียมท้องให้ดีนะ บอกเลยว่ามีแวะแทบจะทุกร้านอ่ะ


อ่านรีวิวมาเยอะก่อนมาเที่ยวไทเป ใครๆก็แนะนำให้ลองน้ำกบ ไอ้เราก็งงว่าน้ำกบมันคืออะไร แล้วเราจะกล้ากินรึ? เพราะมันคือกบ จนเรามาถึงบางอ้อทันทีเมื่อเดินผ่านร้านนึงในตลาด อ้อ…มันคือน้ำตรากบนี่เอง คือ..มันจะเป็นน้ำเปรี้ยวๆเหมือนน้ำมะนาวแล้วก็มีวุ้น เลยขอลองสักหน่อย เด๋ยวเค้าหาว่าเรามาไม่ถึงไต้หวัน ฮ่าๆ กินแล้วก็ชื่นใจดีครับ ดับกระหายได้เลยหละ




ขอออกตัวก่อนนะครับว่าตลาดแห่งนี้ไม่ใช่แหล่งช้อปปิ้งนะครับ เป็นตลาดสำหรับสายแหลกเท่านั้น คือมาแล้วต้องกินๆ ๆ และก็กิน ซึ่งแต่ละร้านอัดแน่นด้วยคุณภาพจริงๆครับ เราถึงบอกให้เพื่อนๆเตรียมล้างท้องก่อนมาที่นี่กันยังไงหละ อิอิ


เสร็จจากตลาดเราแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อกันสักหน่อย อารมณ์ประมาณว่ากลัวจะหิวกลางดึก สำหรับร้านสะดวกซื้อที่นี่มีเยอะครับ แทบจะทุกมุมในไทเป ความคุ้นเคยในการเข้า 7Eleven หรือ Family Mart ของเราจึงกลับมาอีกครั้ง ซึ่งบัตร PLANET SCB ตอบโจทย์ในความสะดวกสบายให้เราอีกแล้วครับ แค่แตะบัตรก็จ่ายได้แล้วครับ มีบัตรนี้ติดตัวพวกเราเองแทบจะไม่ได้ใช้เงินสดกันเลยหละ ^^

ระหว่างทริปหากเงินไม่พอและต้องการแลกเงินเพิ่มก็สามารถทำได้ง่ายๆทุกที่24ชั่วโมงครับ เปลี่ยนไปใช้ Local Sim ก็แลกได้ หรือแค่มี WIFI แล้วเข้า SCB EASY App เท่านั้น สะดวกสบายจริงๆ

อีกหนึ่งอย่างที่เค้าบอกว่ามาไทเปแล้วต้องทำคือ การถ่ายรูปคู่กับตึก Taipei101 ซึ่งมุมที่หลายๆคนฮิตก็คงจะหนีไม่พ้นการเดินขึ้นเขา Xiangshan Elephant ไปเก็บภาพมุมสูงๆ แต่ข้อมูลที่เราได้อ่านนั้นทำให้เราล้มเลิกภารกิจนั้นทันที ฮ่าๆ เราเลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติมกันดูว่ามีสถานที่ไหนบ้างที่สามารถถ่ายรูปคู่กับตึกไทเป101 ได้บ้างนอกจากการเดินขึ้นเขาที่สูงชัน เราจึงได้มาพบกับสถานที่แห่งนี้ครับ คือ “Military Village” หรือ หมู่บ้านทหารเก่านั้นเองครับ


ซึ่งภายใน Military Village จะมีมุมให้เราได้แชะภาพคู่กับตึก Taipei อยู่หลายมุมครับ ถึงจะไม่ใช่มุมมหาชน แต่ก็เป็นอีกหนึ่งมุมที่สวยไม่แพ้กัน ซึ่งการเดินทางมาที่นี่คือง่ายมาก นั่งรถไฟ MRT สายสีแดง มาลงที่สถานี Taipei101/World Trade Center ทางออกที่2 แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไฟแดง เดินตรงมาอีก100เมตรก็ถึงแล้ว




สำหรับการเดินทางในไทเปนั้นถือว่าสะดวกสบายมากๆครับ โดยเฉพาะรถไฟ MRT ที่ครอบคลุม ส่วนการเดินทางด้วย Taxi เราเองก็ใช้บริการเช่นเดียวกันครับ โดยเฉพาะวันที่ฝนตกตลอดทั้งวันแบบนี้ ซึ่งราคาTaxiจะเริ่มต้นที่ 70 TWD ครับ แต่อยากจะบอกเพื่อนๆว่าการกระโดดขึ้น Taxi โดยที่ลืมไปเลยว่าในกระเป๋าตังค์นั้นมีไม่พอจ่าย (เพราะดันลืมแลกเงินเพิ่ม) มันเป็นอะไรที่พูดไม่ออก ฮ่าๆ แต่เราก็แอบถามคนขับเล่นๆว่าสามารถจ่ายผ่านบัตร VISA ได้รึเปล่า คำตอบที่เราได้ยินเซอร์ไพ้ท์มากครับ คือสามารถจ่ายได้จร้า ถึงจุดหมายเราก็หยิบบัตร PLANET SCB มาแตะที่เครื่องจ่าย คือเริ่ดมากอ่ะ ไม่คิดว่า Taxi คันที่เรานั่งนั้นจะสามารถจ่ายผ่านบัตรได้

เป้าหมายที่เรามาก็คือตึกแปลกๆตึกนี้ครับ เป็นตึกที่พึ่งจะสร้างเสร็จได้ไม่นาน ขอมาแชะภาพกันสักหน่อย ตึกนี้มีชื่อว่า Tao Zhu Yin Yuan ครับ เป็นอาคารรูปร่างโค้งบิดเกลียว ซึ่งเค้าบอกว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ใหม่ของไทเปในอีกไม่นานต่อจากตึก Taipei101

ก่อนเดินทางกลับเรามาต่อกันที่ย่าน Zhongshan ซึ่งเป็นที่เต็มไปด้วยคาเฟ่และงานศิลปะ จุดประสงค์ที่เรามาก็คืออยากจะหาร้านนั่งข้ามเวลาชิลๆ เรามีเวลาในการเดินเลือกร้านค่อนข้างน้อยมาก เลยเลือกร้านที่อยู่ใกล้ๆละกัน ซึ่งย่านนี้จะอารมณ์คล้ายๆกับนิมานของบ้านเรา เพราะมีคาเฟ่ชิคๆอยู่มากมายตามซอกซอยทางที่เราเดินผ่าน


ถึงจะเป็นร้านคาเฟ่เล็กๆ แต่เราก็สามารถจ่ายด้วยบัตร PLANET SCB ได้ด้วยนะ สะดวกสบายมากๆครับ ไม่ผิดหวังที่เราเลือกสมัครบัตรนี้ก่อนเดินทางมาเที่ยว ไม่คิดว่าบัตรนี้บัตรเดียวจะเอาอยู่จริงๆ






